มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

โมแดน

สนาม: คำสั่งของนกฟีนิกซ์

บทนำ:...

ยะโฮร์บาห์รู Lishazi

สนาม: สุขภาพ Sohu

บทนำ: ตำรวจรถไฟหาดใหญ่ตรวจยึดยาบ้า 2 แสนเม็ด มูลค่าประมาณ 24 ล้านบาท ถูกขนมากับขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-ยะลา พร้อมรวบ สตทสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลาที่มารับของ อ้างเพื่อนที่เป็นทหารพรานจ้าง 1 แสนโดยที่ตัวเองไม่รู้ว่าเป็นอะไร มีรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจรถไฟหาดใหญ่ นำโดย พตทชาญศราวุธ แสงอรุณ สารวัตรสถานีตำรวจรถไฟหาดใหญ่ กก3 บกตำรวจรถไฟ, รตตเติมเต็ม กีตา รองสารวัตร ร่วมกับกำลัง อสรถไฟหาดใหญ่ จับกุมยาบ้าล็อตใหญ่จำนวน 2 แสนเม็ด มูลค่าประมาณ 24 ล้านบาท ซึ่งถูกลักลอบขนมากับรถไฟสายใต้ขบวนรถด่วนพิเศษ 41 กรุงเทพฯ-ยะลา โดยซุกซ่อนมาในกล่องโทรทัศน์ขนาด 40 นิ้ว จำนวน 20 มัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบขณะถึงปลายทางที่สถานีไฟ จยะลา และมี สตทวีรยุทธ ฉางแก้ว ตำรวจสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรยะลา มารับของ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวเอาไว้ และนำกลับมาสอบสวนร่วมกับตำรวจกองปราบปรามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปยังที่มาและขบวนการค้ายาบ้ากลุ่มนี้ จากการสอบสวน สตทวีรยุทธให้การเบื้องต้นว่า มีเพื่อนซึ่งเป็นทหารพรานอยู่ในพื้นที่ จนราธิวาส ขอให้มารับของที่ฝากมากับรถไฟขบวนนี้ โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 1 แสนบาท แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร มาทราบว่าเป็นยาบ้าก็เมื่อถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมขณะมารับของ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปักใจเชื่อ เนื่องจากพบพิรุธหลายอย่าง เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาบ้าล็อตนี้ ด้าน พตทชาญศราวุธเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลยาบ้าล็อตนี้ มีชายคนหนึ่งนำขึ้นรถไฟมาจากสถานีรถไฟบางซื่อ โดยวางไว้ที่ตู้ 2 ตรงเก้าอี้ 72 และเมื่อมาถึงสถานีรถไฟทุ่งสง จนครศรีธรรมราช ชายคนนี้ได้ลงจากรถ และวางกล่องกระดาษที่บรรจุยาบ้าเอาไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟหาดใหญ่และ อสรถไฟหาดใหญ่ประจำขบวนรถพบพิรุธ เพราะถูกวางไว้บนเก้าอี้ แต่ไม่มีเจ้าของ จึงตรวจดูก็พบว่าเป็นยาบ้า และรอจนถึงขบวนรถวิ่งสุดปลายทางที่สถานีรถไฟยะลา โดยเฝ้าจับตาว่าใครเป็นผู้มารับของ กระทั่งพบว่ามี สตทวีรยุทธเป็นผู้มาติดต่อรับของ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเอาไว้ หลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนขยายผลต่อไป เพราะเชื่อว่าเป็นขบวนการใหญ่ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมด้วย มีรายงานว่า ขณะนี้ต้นสังกัดได้มีคำสั่งให้ สตทวีรยุทธออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้บังคับบัญชาฐานปล่อยปละละเลย

ยู ฟ่า 168 สล็อต1️⃣M98
koh | <动态当天时间> | อ่าน(594) | แสดงความคิดเห็น(358)
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ออกรับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ขณะที่ ปชช ทั่วประเทศร่วมทำกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงความจงรักภักดี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2561 เวลา 0909 น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ออกรับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ณ บริเวณหน้าประตูพระวรุณอยู่เจน พระราชวังดุสิต โอกาสนี้ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์เดินทางโดยรถยนต์หลวงจากอาคารกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อมาถึงหน้าประตูพระวรุณอยู่เจน พระราชวังดุสิต ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ จากนั้นพลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวรายงานการเชิญเครื่องราชสักการะและถวายพระพรชัยมงคล จากนั้นผู้อยู่ในพิธีร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีพระแม่เจ้า จากนั้นปลัดกระทรวงกลาโหมเชิญเครื่องราชสักการะ 5 ชิ้น ประกอบด้วย ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน พานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน และกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ มอบแด่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ จากนั้นผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสาเชิญพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน มอบแด่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ตามลำดับ โดยมีนักเรียนนายร้อย 4 เหล่าเป็นผู้ถือพานพุ่มทอง พานพุ่มเงินให้หน่วยงานต่างๆ ต่อมาคณะสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และคณะสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำองค์กรสมาชิก 19 องค์กร พร้อมชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อาทิ สมาคมสตรีนครเชียงใหม่ สมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมาคมสตรีไทยมุสลิมแห่งประเทศไทย สมาคมสตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ สมาคมนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-ปทุมนนท์ สมาคมแม่บ้านอาสาสมัครแห่งประเทศไทยเชิญพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน มอบแด่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ จากนั้นท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ถวายความเคารพที่หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แล้วเดินทางกลับอาคารกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ที่ จอุดรธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดโครงการปลูกกล้วยตานี เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกำแมด ตำบลวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 24 นายวิเชียร ขาวขำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้นอกจากเป็นกิจกรรมเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 แล้ว ยังเป็นกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนลดการใช้โฟม ป้องกันสารพิษในอาหาร หันมาใช้ใบตองเป็นวัสดุบรรจุอาหาร รวมถึงส่งเสริมอาชีพให้ประชาชน เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีเริ่มขาดแคลนใบกล้วยและวัสดุที่ใช้ทำพานบายศรีในพิธีกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอำเภอบ้านดุงจะใช้พานบายศรีประกอบพิธีสักการบูชาที่คำชะโนดเป็นจำนวนมาก อันเป็นการสร้างรายได้และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของท้องถิ่นอีกทางหนึ่งด้วย ที่ จปราจีนบุรี นางดารุณี ศรเจริญ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านเจ๊บัวหลวงอาหารป่า-อาหารตามสั่ง ริมถนนสายบ้านสร้าง-บางน้ำเปรี้ยว ตบางกระเบา อบ้านสร้าง จปราจีนบุรี ได้จัดบริการขนมหวานบัวลอยมะพร้าวอ่อนให้ลูกค้าได้กินฟรีในวันแม่และวันหยุดชดเชย ในโอกาสวันแม่แห่งชาติทุกๆ ปี และวันหยุดต่อเนื่องนี้ได้บริการขนมหวานฟรีให้ลูกค้า โดยทำทุกปีเพื่อร่วมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 เจ้าของร้านกล่าว ที่ จลพบุรี นายศรีชัย ตันฑะโสภณ นายอำเภอชัยบาดาล เป็นประธานในกิจกรรมปลูกต้นกัลปพฤกษ์ ตามโครงการ รักน้ำ รักษ์ป่า รักษาแผ่นดิน ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำศูนย์สวัสดิการสังคมเฉลิมพระเกียรติ 5 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติเนื่องในวันแม่แห่งชาติ เพิ่มพื้นที่ป่าให้ชุมชนและพื้นที่สาธารณะใน ตห้วยหิน อชัยบาดาล จลพบุรี ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สำหรับต้นกัลปพฤกษ์ เป็นต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเคยปลูกพระราชทานเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2510 โดยต้นกัลปพฤกษ์มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cassia bakeriana Craib วงศ์ Leguminosae ลักษณะเป็นต้นไม้ขนาดย่อม พุ่มใบแบนกว้าง ดอกสีชมพู เมื่อโรยจะกลายเป็นสีขาว ออกดอกเป็นช่อช่วงฤดูหนาว แต่ดั้งเดิมเรียกว่าต้นกาลพฤกษ์ แม้ต่อมาจะมีการเรียกในทางพฤกษศาสตร์และพจนานุกรมว่า กัลปพฤกษ์ แต่ชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ยังเรียกต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยว่า กาลพฤกษ์ ด้วยเหตุที่ต้นไม้นี้ในปลายฤดูหนาวย่างเข้าฤดูร้อนจะทิ้งใบทั้งต้น ให้ดอกสีชมพูระเรื่อสลับขาวบานสะพรั่งแลดูสวยงามอ่อนหวาน ที่ จหนองคาย นายบุญประเสริฐ อินธกาย หรือโรเบิร์ท เจ้าของร้านตัดผมเบิร์ทบาร์เบอร์ ใช้พื้นที่ลานชั้น 1 อาคารฉันทกโร เมตตา โรงพยาบาลหนองคาย เปิดร้านตัดผมเฉพาะกิจแก่ญาติผู้ป่วยฟรี กระบวนการคือให้ญาติผู้ป่วยที่จะใช้บริการตัดผมลงชื่อเรียงลำดับไว้ นายบุญประเสริฐกล่าวว่า ญาติผู้ป่วยที่มาเฝ้าผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล จะมีความเครียดและไม่มีเวลาในการดูแลตัวเอง เมื่อมาใช้บริการตัดผมก็เหมือนได้ผ่อนคลายแล้วความเครียดก็จะลดลง อีกทั้งเป็นการให้กำลังใจญาติผู้ป่วยด้วย ซึ่งก็มีญาติผู้ป่วยมารับบริการตัดผมตลอดทั้งวัน ในโอกาสมหามงคลนี้ก็อยากทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ เจ้าของร้านตัดผมกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
ig3 | <动态当天时间> | อ่าน(339) | แสดงความคิดเห็น(452)
ร้าน จันโอชา เมืองตรังทำเมนู ติ่มซำดอกมะลิ มอบให้คุณแม่ 13 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 18:12 น 【อ่านข้อความเต็ม】
f3y | <动态当天时间> | อ่าน(865) | แสดงความคิดเห็น(774)
นายมหรรณพ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการพิจารณาการแก้ไขพรบกตตครั้งนี้ ไม่ได้ยึดจำนวนคะแนนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นเกณฑ์สำคัญ เพราะเป็นการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนเมื่อมีการเสนอกฎหมายต่างๆ ดังนั้นจะดูจากความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลัก เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป จำนวนคะแนนไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่การทำประชามติที่ยึดเอาจำนวนคะแนนเป็นเกณฑ์ กรณีนี้เป็นการทำประชาพิจารณ์ รับฟังความเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่การนับจำนวนคะแนน ส่วนการแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ เราไม่ถือสา เป็นการสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะของบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขพรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผ่านทางเว็บไซต์ wwwsenategoth ได้ต่อไปถึงวันที่ 18 สค จนครบกำหนด 15 วัน ในการรับฟังความคิดเห็น【อ่านข้อความเต็ม】
hkf | <动态当天时间> | อ่าน(470) | แสดงความคิดเห็น(354)
มหรรณพ แฉเมกปั่นกระแสค้านแก้ พรปกกต ยอดพรวดหลักแสนที่แท้มาจากไอพีแอดเดรสเดียว ล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้ง สนชทำท่าไปต่อลำบากส่อถอย สะพัด! วิปล็อบบี้ขอให้ทบทวน หวั่นเข้าทาง สสอ้างเป็นบรรทัดฐานแก้ กมลูก รื้อคดีอาญานักการเมือง-เลิกไพรมารีโหวต พทไม่พลาดยื่นเอาผิด 36 สนชทำผิด รธน มีความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ต่อการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่มีกระแสคัดค้านไม่เห็นด้วยในวงกว้าง โดยเมื่อวันจันทร์ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สนช กล่าวถึงกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่องการเสนอแก้ไข พรปดังกล่าว ที่มีประชาชนมากกว่า 1 แสนความเห็นแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวว่า ได้ตรวจสอบโดยได้รับคำยืนยันจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาแล้วว่า คะแนนไม่เห็นด้วยกว่า 1 แสนความเห็นที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย กกตนั้น มาจากไอพีแอดเดรสเดียวกัน เป็นลักษณะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ปั่นคะแนน ไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายใดทำและมีเจตนาเพื่ออะไร แต่แสดงถึงความผิดปกติในการลงคะแนน นายมหรรณพกล่าวว่า การพิจารณาแก้ไข พรปกกตครั้งนี้ไม่ได้ยึดจำนวนคะแนนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นเกณฑ์สำคัญ เพราะเป็นการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนเมื่อมีการเสนอกฎหมายต่างๆ ดังนั้นจะดูจากความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลักเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป จำนวนคะแนนไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่การทำประชามติที่ยึดเอาจำนวนคะแนนเป็นเกณฑ์ กรณีนี้เป็นการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่การนับจำนวนคะแนน ส่วนการแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ เราไม่ถือสา เป็นการสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะของบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ผ่านทางเว็บไซต์ wwwsenategoth ได้ต่อไปถึงวันที่ 18 สค จนครบกำหนด 15 วันในการรับฟังความคิดเห็น ส่วนกระแสข่าว สนชเตรียมถอนร่างแก้ไขกฎหมาย กกต หาก กกตชุดใหม่กับชุดเก่าสามารถตกลงเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งได้นั้นไม่เป็นความจริง ขณะนี้ทุกอย่างยังเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าจะถอนหรือไม่ ขณะนี้เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการเสนอกฎหมาย คือการรับฟังความเห็นจากประชาชนเท่านั้น ยังมีหนทางและขั้นตอนอีกยาวไกลจากวิป สนชและที่ประชุม สนช จึงจะรู้ว่า จะดำเนินการสำเร็จหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าการเสนอกฎหมายครั้งนี้ไม่มีเจตนาก้าวล่วงหรือแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ เป็นการทำหน้าที่ของ สนช เมื่อเห็นว่ากฎหมายใดมีข้อบกพร่องก็เสนอให้แก้ไข แต่จะแก้ไขสำเร็จหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต นายมหรรณพกล่าว ด้านแหล่งข่าวจาก สนชเปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิก สนชที่ร่วมกับนายมหรรณพเสนอแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ได้รับการประสานจากวิป สนชบางรายให้ทบทวนการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนชเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว เนื่องจากไม่ต้องการให้ร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญลำดับรองลงมาจากรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขได้ง่ายเหมือนกับกฎหมายทั่วไป นอกจากนี้หาก สนชในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไปริเริ่มแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสียเอง โดยที่องค์กรอิสระในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มแล้ว อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดในอนาคตได้ โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรจะอาศัยแนวทางที่ สนชทำไว้ ด้วยการให้ สสเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสภา แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พศ2560 เช่นกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อยกเลิกการทำไพรมารีโหวต หรือ พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว แหล่งข่าวจาก สนชระบุ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทางออกของเรื่องนี้คือ หาก กกตชุดปัจจุบันตัดสินใจว่าจะไม่ลงนามรับรองผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยให้ กกตชุดใหม่ที่กำลังรอการโปรดเกล้าฯ มาทำการตรวจสอบรายชื่ออีกครั้ง วิป สนชจะแจ้งข้อมูลไปยังคณะ สนชที่ริเริ่มเสนอกฎหมายให้ทบทวนต่อไป ด้านว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ในประเด็นที่ สนชมีการแก้ไขโครงสร้างคณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละจังหวัดยกเว้น กทม ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีประธานสภาทนายความจังหวัดจากเดิมที่เคยมี ว่ายังไม่เห็นร่างแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ก็ไม่ทราบว่าร่างดังกล่าวออกมากี่วันแล้ว แต่ทราบว่ากระบวนการสรรหาเก่าจะมีประธานสภาทนายความจังหวัดอยู่ด้วย ก็ไม่ทราบเหตุผลในร่างแก้ไขดังกล่าว ทางสภาทนายความยังไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุย ว่าที่ พตสมบัติกล่าวต่อว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงคนที่ร่างกฎหมายต้องอธิบายเหตุผลให้ได้ว่า เหตุใดจึงตัดประธานสภาทนายความจังหวัดไป ซึ่งถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ในกระบวนการกฎหมาย และเป็นเพียงกรรมการสรรหาคนหนึ่งเท่านั้น ถือเป็นบุคลากรที่เหมาะสมที่ควรจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง การที่ได้เข้ามาช่วยเป็นกรรมการสรรหาจะทำให้ได้รู้และช่วยตรวจสอบคัดกรองจากบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การที่ถอดออกต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ชัดเจน เพราะการมีอยู่น่าจะมีประโยชน์มากกว่า ถามถึงว่าสภาทนายความจะทำหนังสือค้านหรือสอบถามเหตุผลไปหรือไม่ ว่าที่ พตสมบัติกล่าวว่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน หลังจากนี้จะต้องมีพูดคุยกันในกรรมการบริหารก่อน ขณะที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ความเห็นกรณี กกตต้องการขอใช้มาตรา 44 แบ่งเขตเลือกตั้งว่า ขณะนี้เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้งนั้นเป็นปัญหา เนื่องจากไปผูกกันหมดทั้งเขตเลือกตั้ง เรื่องตัวแทนประจำจังหวัด เพราะหากไม่มีเขตเลือกตั้งจะเริ่มทำอะไรไม่ได้ และในการทำจะต้องให้ประชาชนหรือพรรคการเมืองให้ความเห็น แต่ถ้าให้ความเห็นจะกลายเป็นกิจกรรมทางการเมืองซึ่งจะขัดกับคำสั่ง คสช ดังนั้นหากไม่ใช้มาตรา 44 กกตจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้ ทั้งนี้ผู้รับฟังความเห็นในระดับจังหวัดคือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีตรงนี้ตรงนั้นก็ทำไม่ได้ เพราะ กกตส่วนกลางลงไปทำก็ไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้ กกตต้องไปตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาก่อนเพื่อรอดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้นจุดนี้อาจจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหายืดเยื้อออกไป ส่วนเรื่องการเสนอแก้ไข พรบว่าด้วย กกตในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง เขาอาจคิดกันว่าเป็นเรื่องง่าย แต่ในความจริงนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วที่พูดกันว่าไม่กระทบการเลือกตั้งนั้น จะไม่กระทบได้อย่างไรต้องกระทบแน่นอน กระทบโดยตรงและกระทบต่อผู้มีอำนาจอยู่ในขณะนี้คือพุ่งไปหา คสช ถึงได้บอกว่ามันจะเสียไม่คุ้มได้ เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นผูกโยงกันไปหมด นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว กล่าวว่า ตามที่ สนช 36 คนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกตดังกล่าว โดยความในมาตรา 9 ดังกล่าวมีเนื้อความเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเจาะจงที่อาจขัดมาตรา 26 วรรคสอง และอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) ตามมาอีกด้วย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) เป็นบทบัญญัติที่ห้ามมิให้ สนชใช้สถานะไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ หากใครกระทำการฝ่าฝืนมาตรานี้ก็อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 101 (7) นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ความในร่างแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกต (ฉบับที่) พศ มาตรา 9 ระบุไว้ว่า บรรดาการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกและการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันสิ้นผลไปนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับ แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ตามร่าง พรปกกต มาตรา 9 ที่จะใช้บังคับแก่กรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นการเจาะจงนั้น จึงอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง และอาจมีลักษณะเข้าข่ายตามความในมาตรา 185 (1) ที่ กกตสามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ดังนั้นจะไปยื่นหนังสือให้ กกตใช้อำนาจตามมาตรา 82 วรรคสี่ พิจารณาตรวจสอบเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป โดยจะไปยื่นหนังสือร้องด้วยตนเองที่สำนักงาน กกตวันที่ 14 สค【อ่านข้อความเต็ม】
3cw | <动态当天时间> | อ่าน(902) | แสดงความคิดเห็น(221)
มหรรณพ แฉเมกปั่นกระแสค้านแก้ พรปกกต ยอดพรวดหลักแสนที่แท้มาจากไอพีแอดเดรสเดียว ล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้ง สนชทำท่าไปต่อลำบากส่อถอย สะพัด! วิปล็อบบี้ขอให้ทบทวน หวั่นเข้าทาง สสอ้างเป็นบรรทัดฐานแก้ กมลูก รื้อคดีอาญานักการเมือง-เลิกไพรมารีโหวต พทไม่พลาดยื่นเอาผิด 36 สนชทำผิด รธน มีความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ต่อการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่มีกระแสคัดค้านไม่เห็นด้วยในวงกว้าง โดยเมื่อวันจันทร์ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สนช กล่าวถึงกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่องการเสนอแก้ไข พรปดังกล่าว ที่มีประชาชนมากกว่า 1 แสนความเห็นแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวว่า ได้ตรวจสอบโดยได้รับคำยืนยันจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาแล้วว่า คะแนนไม่เห็นด้วยกว่า 1 แสนความเห็นที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย กกตนั้น มาจากไอพีแอดเดรสเดียวกัน เป็นลักษณะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ปั่นคะแนน ไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายใดทำและมีเจตนาเพื่ออะไร แต่แสดงถึงความผิดปกติในการลงคะแนน นายมหรรณพกล่าวว่า การพิจารณาแก้ไข พรปกกตครั้งนี้ไม่ได้ยึดจำนวนคะแนนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นเกณฑ์สำคัญ เพราะเป็นการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนเมื่อมีการเสนอกฎหมายต่างๆ ดังนั้นจะดูจากความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลักเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป จำนวนคะแนนไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่การทำประชามติที่ยึดเอาจำนวนคะแนนเป็นเกณฑ์ กรณีนี้เป็นการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่การนับจำนวนคะแนน ส่วนการแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ เราไม่ถือสา เป็นการสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะของบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ผ่านทางเว็บไซต์ wwwsenategoth ได้ต่อไปถึงวันที่ 18 สค จนครบกำหนด 15 วันในการรับฟังความคิดเห็น ส่วนกระแสข่าว สนชเตรียมถอนร่างแก้ไขกฎหมาย กกต หาก กกตชุดใหม่กับชุดเก่าสามารถตกลงเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งได้นั้นไม่เป็นความจริง ขณะนี้ทุกอย่างยังเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าจะถอนหรือไม่ ขณะนี้เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการเสนอกฎหมาย คือการรับฟังความเห็นจากประชาชนเท่านั้น ยังมีหนทางและขั้นตอนอีกยาวไกลจากวิป สนชและที่ประชุม สนช จึงจะรู้ว่า จะดำเนินการสำเร็จหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าการเสนอกฎหมายครั้งนี้ไม่มีเจตนาก้าวล่วงหรือแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ เป็นการทำหน้าที่ของ สนช เมื่อเห็นว่ากฎหมายใดมีข้อบกพร่องก็เสนอให้แก้ไข แต่จะแก้ไขสำเร็จหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต นายมหรรณพกล่าว ด้านแหล่งข่าวจาก สนชเปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิก สนชที่ร่วมกับนายมหรรณพเสนอแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ได้รับการประสานจากวิป สนชบางรายให้ทบทวนการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนชเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว เนื่องจากไม่ต้องการให้ร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญลำดับรองลงมาจากรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขได้ง่ายเหมือนกับกฎหมายทั่วไป นอกจากนี้หาก สนชในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไปริเริ่มแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสียเอง โดยที่องค์กรอิสระในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มแล้ว อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดในอนาคตได้ โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรจะอาศัยแนวทางที่ สนชทำไว้ ด้วยการให้ สสเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสภา แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พศ2560 เช่นกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อยกเลิกการทำไพรมารีโหวต หรือ พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว แหล่งข่าวจาก สนชระบุ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทางออกของเรื่องนี้คือ หาก กกตชุดปัจจุบันตัดสินใจว่าจะไม่ลงนามรับรองผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยให้ กกตชุดใหม่ที่กำลังรอการโปรดเกล้าฯ มาทำการตรวจสอบรายชื่ออีกครั้ง วิป สนชจะแจ้งข้อมูลไปยังคณะ สนชที่ริเริ่มเสนอกฎหมายให้ทบทวนต่อไป ด้านว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ในประเด็นที่ สนชมีการแก้ไขโครงสร้างคณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละจังหวัดยกเว้น กทม ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีประธานสภาทนายความจังหวัดจากเดิมที่เคยมี ว่ายังไม่เห็นร่างแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ก็ไม่ทราบว่าร่างดังกล่าวออกมากี่วันแล้ว แต่ทราบว่ากระบวนการสรรหาเก่าจะมีประธานสภาทนายความจังหวัดอยู่ด้วย ก็ไม่ทราบเหตุผลในร่างแก้ไขดังกล่าว ทางสภาทนายความยังไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุย ว่าที่ พตสมบัติกล่าวต่อว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงคนที่ร่างกฎหมายต้องอธิบายเหตุผลให้ได้ว่า เหตุใดจึงตัดประธานสภาทนายความจังหวัดไป ซึ่งถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ในกระบวนการกฎหมาย และเป็นเพียงกรรมการสรรหาคนหนึ่งเท่านั้น ถือเป็นบุคลากรที่เหมาะสมที่ควรจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง การที่ได้เข้ามาช่วยเป็นกรรมการสรรหาจะทำให้ได้รู้และช่วยตรวจสอบคัดกรองจากบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การที่ถอดออกต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ชัดเจน เพราะการมีอยู่น่าจะมีประโยชน์มากกว่า ถามถึงว่าสภาทนายความจะทำหนังสือค้านหรือสอบถามเหตุผลไปหรือไม่ ว่าที่ พตสมบัติกล่าวว่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน หลังจากนี้จะต้องมีพูดคุยกันในกรรมการบริหารก่อน ขณะที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ความเห็นกรณี กกตต้องการขอใช้มาตรา 44 แบ่งเขตเลือกตั้งว่า ขณะนี้เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้งนั้นเป็นปัญหา เนื่องจากไปผูกกันหมดทั้งเขตเลือกตั้ง เรื่องตัวแทนประจำจังหวัด เพราะหากไม่มีเขตเลือกตั้งจะเริ่มทำอะไรไม่ได้ และในการทำจะต้องให้ประชาชนหรือพรรคการเมืองให้ความเห็น แต่ถ้าให้ความเห็นจะกลายเป็นกิจกรรมทางการเมืองซึ่งจะขัดกับคำสั่ง คสช ดังนั้นหากไม่ใช้มาตรา 44 กกตจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้ ทั้งนี้ผู้รับฟังความเห็นในระดับจังหวัดคือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีตรงนี้ตรงนั้นก็ทำไม่ได้ เพราะ กกตส่วนกลางลงไปทำก็ไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้ กกตต้องไปตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาก่อนเพื่อรอดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้นจุดนี้อาจจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหายืดเยื้อออกไป ส่วนเรื่องการเสนอแก้ไข พรบว่าด้วย กกตในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง เขาอาจคิดกันว่าเป็นเรื่องง่าย แต่ในความจริงนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วที่พูดกันว่าไม่กระทบการเลือกตั้งนั้น จะไม่กระทบได้อย่างไรต้องกระทบแน่นอน กระทบโดยตรงและกระทบต่อผู้มีอำนาจอยู่ในขณะนี้คือพุ่งไปหา คสช ถึงได้บอกว่ามันจะเสียไม่คุ้มได้ เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นผูกโยงกันไปหมด นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว กล่าวว่า ตามที่ สนช 36 คนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกตดังกล่าว โดยความในมาตรา 9 ดังกล่าวมีเนื้อความเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเจาะจงที่อาจขัดมาตรา 26 วรรคสอง และอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) ตามมาอีกด้วย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) เป็นบทบัญญัติที่ห้ามมิให้ สนชใช้สถานะไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ หากใครกระทำการฝ่าฝืนมาตรานี้ก็อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 101 (7) นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ความในร่างแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกต (ฉบับที่) พศ มาตรา 9 ระบุไว้ว่า บรรดาการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกและการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันสิ้นผลไปนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับ แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ตามร่าง พรปกกต มาตรา 9 ที่จะใช้บังคับแก่กรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นการเจาะจงนั้น จึงอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง และอาจมีลักษณะเข้าข่ายตามความในมาตรา 185 (1) ที่ กกตสามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ดังนั้นจะไปยื่นหนังสือให้ กกตใช้อำนาจตามมาตรา 82 วรรคสี่ พิจารณาตรวจสอบเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป โดยจะไปยื่นหนังสือร้องด้วยตนเองที่สำนักงาน กกตวันที่ 14 สค【อ่านข้อความเต็ม】
sz1 | 2021-09-28 | อ่าน(896) | แสดงความคิดเห็น(815)
เหตุดินถล่มบ่อเกลือ จน่าน นักวิชาการชี้เป็นพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม 【อ่านข้อความเต็ม】
jft | 2021-09-28 | อ่าน(204) | แสดงความคิดเห็น(565)
นิทรรศการข้าวไทย นำเสนอพันธุ์ข้าวหายาก【อ่านข้อความเต็ม】
k1n | 2021-09-28 | อ่าน(887) | แสดงความคิดเห็น(553)
มหรรณพ แฉเมกปั่นกระแสค้านแก้ พรปกกต ยอดพรวดหลักแสนที่แท้มาจากไอพีแอดเดรสเดียว ล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้ง สนชทำท่าไปต่อลำบากส่อถอย สะพัด! วิปล็อบบี้ขอให้ทบทวน หวั่นเข้าทาง สสอ้างเป็นบรรทัดฐานแก้ กมลูก รื้อคดีอาญานักการเมือง-เลิกไพรมารีโหวต พทไม่พลาดยื่นเอาผิด 36 สนชทำผิด รธน มีความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ต่อการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่มีกระแสคัดค้านไม่เห็นด้วยในวงกว้าง โดยเมื่อวันจันทร์ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สนช กล่าวถึงกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่องการเสนอแก้ไข พรปดังกล่าว ที่มีประชาชนมากกว่า 1 แสนความเห็นแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวว่า ได้ตรวจสอบโดยได้รับคำยืนยันจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาแล้วว่า คะแนนไม่เห็นด้วยกว่า 1 แสนความเห็นที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย กกตนั้น มาจากไอพีแอดเดรสเดียวกัน เป็นลักษณะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ปั่นคะแนน ไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายใดทำและมีเจตนาเพื่ออะไร แต่แสดงถึงความผิดปกติในการลงคะแนน นายมหรรณพกล่าวว่า การพิจารณาแก้ไข พรปกกตครั้งนี้ไม่ได้ยึดจำนวนคะแนนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นเกณฑ์สำคัญ เพราะเป็นการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนเมื่อมีการเสนอกฎหมายต่างๆ ดังนั้นจะดูจากความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลักเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป จำนวนคะแนนไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่การทำประชามติที่ยึดเอาจำนวนคะแนนเป็นเกณฑ์ กรณีนี้เป็นการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่การนับจำนวนคะแนน ส่วนการแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ เราไม่ถือสา เป็นการสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะของบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ผ่านทางเว็บไซต์ wwwsenategoth ได้ต่อไปถึงวันที่ 18 สค จนครบกำหนด 15 วันในการรับฟังความคิดเห็น ส่วนกระแสข่าว สนชเตรียมถอนร่างแก้ไขกฎหมาย กกต หาก กกตชุดใหม่กับชุดเก่าสามารถตกลงเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งได้นั้นไม่เป็นความจริง ขณะนี้ทุกอย่างยังเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าจะถอนหรือไม่ ขณะนี้เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการเสนอกฎหมาย คือการรับฟังความเห็นจากประชาชนเท่านั้น ยังมีหนทางและขั้นตอนอีกยาวไกลจากวิป สนชและที่ประชุม สนช จึงจะรู้ว่า จะดำเนินการสำเร็จหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าการเสนอกฎหมายครั้งนี้ไม่มีเจตนาก้าวล่วงหรือแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ เป็นการทำหน้าที่ของ สนช เมื่อเห็นว่ากฎหมายใดมีข้อบกพร่องก็เสนอให้แก้ไข แต่จะแก้ไขสำเร็จหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต นายมหรรณพกล่าว ด้านแหล่งข่าวจาก สนชเปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิก สนชที่ร่วมกับนายมหรรณพเสนอแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ได้รับการประสานจากวิป สนชบางรายให้ทบทวนการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนชเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว เนื่องจากไม่ต้องการให้ร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญลำดับรองลงมาจากรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขได้ง่ายเหมือนกับกฎหมายทั่วไป นอกจากนี้หาก สนชในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไปริเริ่มแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสียเอง โดยที่องค์กรอิสระในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มแล้ว อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดในอนาคตได้ โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรจะอาศัยแนวทางที่ สนชทำไว้ ด้วยการให้ สสเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสภา แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พศ2560 เช่นกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อยกเลิกการทำไพรมารีโหวต หรือ พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว แหล่งข่าวจาก สนชระบุ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทางออกของเรื่องนี้คือ หาก กกตชุดปัจจุบันตัดสินใจว่าจะไม่ลงนามรับรองผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยให้ กกตชุดใหม่ที่กำลังรอการโปรดเกล้าฯ มาทำการตรวจสอบรายชื่ออีกครั้ง วิป สนชจะแจ้งข้อมูลไปยังคณะ สนชที่ริเริ่มเสนอกฎหมายให้ทบทวนต่อไป ด้านว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ในประเด็นที่ สนชมีการแก้ไขโครงสร้างคณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละจังหวัดยกเว้น กทม ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีประธานสภาทนายความจังหวัดจากเดิมที่เคยมี ว่ายังไม่เห็นร่างแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ก็ไม่ทราบว่าร่างดังกล่าวออกมากี่วันแล้ว แต่ทราบว่ากระบวนการสรรหาเก่าจะมีประธานสภาทนายความจังหวัดอยู่ด้วย ก็ไม่ทราบเหตุผลในร่างแก้ไขดังกล่าว ทางสภาทนายความยังไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุย ว่าที่ พตสมบัติกล่าวต่อว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงคนที่ร่างกฎหมายต้องอธิบายเหตุผลให้ได้ว่า เหตุใดจึงตัดประธานสภาทนายความจังหวัดไป ซึ่งถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ในกระบวนการกฎหมาย และเป็นเพียงกรรมการสรรหาคนหนึ่งเท่านั้น ถือเป็นบุคลากรที่เหมาะสมที่ควรจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง การที่ได้เข้ามาช่วยเป็นกรรมการสรรหาจะทำให้ได้รู้และช่วยตรวจสอบคัดกรองจากบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การที่ถอดออกต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ชัดเจน เพราะการมีอยู่น่าจะมีประโยชน์มากกว่า ถามถึงว่าสภาทนายความจะทำหนังสือค้านหรือสอบถามเหตุผลไปหรือไม่ ว่าที่ พตสมบัติกล่าวว่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน หลังจากนี้จะต้องมีพูดคุยกันในกรรมการบริหารก่อน ขณะที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ความเห็นกรณี กกตต้องการขอใช้มาตรา 44 แบ่งเขตเลือกตั้งว่า ขณะนี้เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้งนั้นเป็นปัญหา เนื่องจากไปผูกกันหมดทั้งเขตเลือกตั้ง เรื่องตัวแทนประจำจังหวัด เพราะหากไม่มีเขตเลือกตั้งจะเริ่มทำอะไรไม่ได้ และในการทำจะต้องให้ประชาชนหรือพรรคการเมืองให้ความเห็น แต่ถ้าให้ความเห็นจะกลายเป็นกิจกรรมทางการเมืองซึ่งจะขัดกับคำสั่ง คสช ดังนั้นหากไม่ใช้มาตรา 44 กกตจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้ ทั้งนี้ผู้รับฟังความเห็นในระดับจังหวัดคือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีตรงนี้ตรงนั้นก็ทำไม่ได้ เพราะ กกตส่วนกลางลงไปทำก็ไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้ กกตต้องไปตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาก่อนเพื่อรอดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้นจุดนี้อาจจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหายืดเยื้อออกไป ส่วนเรื่องการเสนอแก้ไข พรบว่าด้วย กกตในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง เขาอาจคิดกันว่าเป็นเรื่องง่าย แต่ในความจริงนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วที่พูดกันว่าไม่กระทบการเลือกตั้งนั้น จะไม่กระทบได้อย่างไรต้องกระทบแน่นอน กระทบโดยตรงและกระทบต่อผู้มีอำนาจอยู่ในขณะนี้คือพุ่งไปหา คสช ถึงได้บอกว่ามันจะเสียไม่คุ้มได้ เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นผูกโยงกันไปหมด นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว กล่าวว่า ตามที่ สนช 36 คนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกตดังกล่าว โดยความในมาตรา 9 ดังกล่าวมีเนื้อความเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเจาะจงที่อาจขัดมาตรา 26 วรรคสอง และอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) ตามมาอีกด้วย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) เป็นบทบัญญัติที่ห้ามมิให้ สนชใช้สถานะไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ หากใครกระทำการฝ่าฝืนมาตรานี้ก็อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 101 (7) นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ความในร่างแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกต (ฉบับที่) พศ มาตรา 9 ระบุไว้ว่า บรรดาการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกและการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันสิ้นผลไปนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับ แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ตามร่าง พรปกกต มาตรา 9 ที่จะใช้บังคับแก่กรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นการเจาะจงนั้น จึงอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง และอาจมีลักษณะเข้าข่ายตามความในมาตรา 185 (1) ที่ กกตสามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ดังนั้นจะไปยื่นหนังสือให้ กกตใช้อำนาจตามมาตรา 82 วรรคสี่ พิจารณาตรวจสอบเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป โดยจะไปยื่นหนังสือร้องด้วยตนเองที่สำนักงาน กกตวันที่ 14 สค【อ่านข้อความเต็ม】
dzy | 2021-09-28 | อ่าน(871) | แสดงความคิดเห็น(826)
มหรรณพ แฉเมกปั่นกระแสค้านแก้ พรปกกต ยอดพรวดหลักแสนที่แท้มาจากไอพีแอดเดรสเดียว ล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้ง สนชทำท่าไปต่อลำบากส่อถอย สะพัด! วิปล็อบบี้ขอให้ทบทวน หวั่นเข้าทาง สสอ้างเป็นบรรทัดฐานแก้ กมลูก รื้อคดีอาญานักการเมือง-เลิกไพรมารีโหวต พทไม่พลาดยื่นเอาผิด 36 สนชทำผิด รธน มีความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ต่อการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่มีกระแสคัดค้านไม่เห็นด้วยในวงกว้าง โดยเมื่อวันจันทร์ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สนช กล่าวถึงกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่องการเสนอแก้ไข พรปดังกล่าว ที่มีประชาชนมากกว่า 1 แสนความเห็นแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวว่า ได้ตรวจสอบโดยได้รับคำยืนยันจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาแล้วว่า คะแนนไม่เห็นด้วยกว่า 1 แสนความเห็นที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย กกตนั้น มาจากไอพีแอดเดรสเดียวกัน เป็นลักษณะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ปั่นคะแนน ไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายใดทำและมีเจตนาเพื่ออะไร แต่แสดงถึงความผิดปกติในการลงคะแนน นายมหรรณพกล่าวว่า การพิจารณาแก้ไข พรปกกตครั้งนี้ไม่ได้ยึดจำนวนคะแนนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นเกณฑ์สำคัญ เพราะเป็นการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนเมื่อมีการเสนอกฎหมายต่างๆ ดังนั้นจะดูจากความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลักเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป จำนวนคะแนนไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่การทำประชามติที่ยึดเอาจำนวนคะแนนเป็นเกณฑ์ กรณีนี้เป็นการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่การนับจำนวนคะแนน ส่วนการแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ เราไม่ถือสา เป็นการสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะของบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ผ่านทางเว็บไซต์ wwwsenategoth ได้ต่อไปถึงวันที่ 18 สค จนครบกำหนด 15 วันในการรับฟังความคิดเห็น ส่วนกระแสข่าว สนชเตรียมถอนร่างแก้ไขกฎหมาย กกต หาก กกตชุดใหม่กับชุดเก่าสามารถตกลงเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งได้นั้นไม่เป็นความจริง ขณะนี้ทุกอย่างยังเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าจะถอนหรือไม่ ขณะนี้เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการเสนอกฎหมาย คือการรับฟังความเห็นจากประชาชนเท่านั้น ยังมีหนทางและขั้นตอนอีกยาวไกลจากวิป สนชและที่ประชุม สนช จึงจะรู้ว่า จะดำเนินการสำเร็จหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าการเสนอกฎหมายครั้งนี้ไม่มีเจตนาก้าวล่วงหรือแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ เป็นการทำหน้าที่ของ สนช เมื่อเห็นว่ากฎหมายใดมีข้อบกพร่องก็เสนอให้แก้ไข แต่จะแก้ไขสำเร็จหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต นายมหรรณพกล่าว ด้านแหล่งข่าวจาก สนชเปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิก สนชที่ร่วมกับนายมหรรณพเสนอแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ได้รับการประสานจากวิป สนชบางรายให้ทบทวนการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนชเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว เนื่องจากไม่ต้องการให้ร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญลำดับรองลงมาจากรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขได้ง่ายเหมือนกับกฎหมายทั่วไป นอกจากนี้หาก สนชในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไปริเริ่มแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสียเอง โดยที่องค์กรอิสระในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มแล้ว อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดในอนาคตได้ โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรจะอาศัยแนวทางที่ สนชทำไว้ ด้วยการให้ สสเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสภา แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พศ2560 เช่นกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อยกเลิกการทำไพรมารีโหวต หรือ พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว แหล่งข่าวจาก สนชระบุ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทางออกของเรื่องนี้คือ หาก กกตชุดปัจจุบันตัดสินใจว่าจะไม่ลงนามรับรองผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยให้ กกตชุดใหม่ที่กำลังรอการโปรดเกล้าฯ มาทำการตรวจสอบรายชื่ออีกครั้ง วิป สนชจะแจ้งข้อมูลไปยังคณะ สนชที่ริเริ่มเสนอกฎหมายให้ทบทวนต่อไป ด้านว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ในประเด็นที่ สนชมีการแก้ไขโครงสร้างคณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละจังหวัดยกเว้น กทม ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีประธานสภาทนายความจังหวัดจากเดิมที่เคยมี ว่ายังไม่เห็นร่างแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ก็ไม่ทราบว่าร่างดังกล่าวออกมากี่วันแล้ว แต่ทราบว่ากระบวนการสรรหาเก่าจะมีประธานสภาทนายความจังหวัดอยู่ด้วย ก็ไม่ทราบเหตุผลในร่างแก้ไขดังกล่าว ทางสภาทนายความยังไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุย ว่าที่ พตสมบัติกล่าวต่อว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงคนที่ร่างกฎหมายต้องอธิบายเหตุผลให้ได้ว่า เหตุใดจึงตัดประธานสภาทนายความจังหวัดไป ซึ่งถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ในกระบวนการกฎหมาย และเป็นเพียงกรรมการสรรหาคนหนึ่งเท่านั้น ถือเป็นบุคลากรที่เหมาะสมที่ควรจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง การที่ได้เข้ามาช่วยเป็นกรรมการสรรหาจะทำให้ได้รู้และช่วยตรวจสอบคัดกรองจากบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การที่ถอดออกต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ชัดเจน เพราะการมีอยู่น่าจะมีประโยชน์มากกว่า ถามถึงว่าสภาทนายความจะทำหนังสือค้านหรือสอบถามเหตุผลไปหรือไม่ ว่าที่ พตสมบัติกล่าวว่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน หลังจากนี้จะต้องมีพูดคุยกันในกรรมการบริหารก่อน ขณะที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ความเห็นกรณี กกตต้องการขอใช้มาตรา 44 แบ่งเขตเลือกตั้งว่า ขณะนี้เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้งนั้นเป็นปัญหา เนื่องจากไปผูกกันหมดทั้งเขตเลือกตั้ง เรื่องตัวแทนประจำจังหวัด เพราะหากไม่มีเขตเลือกตั้งจะเริ่มทำอะไรไม่ได้ และในการทำจะต้องให้ประชาชนหรือพรรคการเมืองให้ความเห็น แต่ถ้าให้ความเห็นจะกลายเป็นกิจกรรมทางการเมืองซึ่งจะขัดกับคำสั่ง คสช ดังนั้นหากไม่ใช้มาตรา 44 กกตจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้ ทั้งนี้ผู้รับฟังความเห็นในระดับจังหวัดคือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีตรงนี้ตรงนั้นก็ทำไม่ได้ เพราะ กกตส่วนกลางลงไปทำก็ไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้ กกตต้องไปตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาก่อนเพื่อรอดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้นจุดนี้อาจจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหายืดเยื้อออกไป ส่วนเรื่องการเสนอแก้ไข พรบว่าด้วย กกตในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง เขาอาจคิดกันว่าเป็นเรื่องง่าย แต่ในความจริงนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วที่พูดกันว่าไม่กระทบการเลือกตั้งนั้น จะไม่กระทบได้อย่างไรต้องกระทบแน่นอน กระทบโดยตรงและกระทบต่อผู้มีอำนาจอยู่ในขณะนี้คือพุ่งไปหา คสช ถึงได้บอกว่ามันจะเสียไม่คุ้มได้ เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นผูกโยงกันไปหมด นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว กล่าวว่า ตามที่ สนช 36 คนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกตดังกล่าว โดยความในมาตรา 9 ดังกล่าวมีเนื้อความเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเจาะจงที่อาจขัดมาตรา 26 วรรคสอง และอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) ตามมาอีกด้วย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) เป็นบทบัญญัติที่ห้ามมิให้ สนชใช้สถานะไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ หากใครกระทำการฝ่าฝืนมาตรานี้ก็อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 101 (7) นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ความในร่างแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกต (ฉบับที่) พศ มาตรา 9 ระบุไว้ว่า บรรดาการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกและการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันสิ้นผลไปนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับ แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ตามร่าง พรปกกต มาตรา 9 ที่จะใช้บังคับแก่กรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นการเจาะจงนั้น จึงอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง และอาจมีลักษณะเข้าข่ายตามความในมาตรา 185 (1) ที่ กกตสามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ดังนั้นจะไปยื่นหนังสือให้ กกตใช้อำนาจตามมาตรา 82 วรรคสี่ พิจารณาตรวจสอบเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป โดยจะไปยื่นหนังสือร้องด้วยตนเองที่สำนักงาน กกตวันที่ 14 สค【อ่านข้อความเต็ม】
1jt | 2021-09-27 | อ่าน(304) | แสดงความคิดเห็น(794)
ที่ตลกคือ กว่าจะเลี้ยวออกมาได้ คุณต้องเข้าไปในอาคารจอดรถก่อนนะคะ แล้วถึงทางออก 【อ่านข้อความเต็ม】
bt1 | 2021-09-27 | อ่าน(673) | แสดงความคิดเห็น(27)
นายอภิสิทธิ์ เสนอว่า 1ผู้ยึดอำนาจแล้วกำลังจะกลับคืนสู่การเลือกตั้ง ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งที่ไปทำลายต่อการวางรากฐานประชาธิปไตย 2 นักการเมือง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยได้เรียนรู้หรือยังว่าไม่ใช่แค่การยึดอำนาจปี 2549 ปี 2557 แต่นักการเมืองเองมีส่วนเกี่ยวข้องทำให้สถานการณ์มาถึงจุดนี้【อ่านข้อความเต็ม】
fma | 2021-09-27 | อ่าน(784) | แสดงความคิดเห็น(878)
ส่วนที่มาของชื่อร้านคล้ายกับนามสกุลของพลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จริงๆแล้วได้มาจากการนำชื่อพ่อของภรรยาและชื่อแม่ของสามีที่บังเอิญเหมือนกันคือ จัน แล้วนำคำว่า โอชา ซึ่งหมายถึงความอร่อยมาต่อท้าย เพื่อความเป็นมงคล แต่ยังมีลูกค้าบางคนเรียกว่า ร้านนายกฯ 【อ่านข้อความเต็ม】
tv2 | 2021-09-27 | อ่าน(522) | แสดงความคิดเห็น(722)
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ออกรับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ขณะที่ ปชช ทั่วประเทศร่วมทำกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงความจงรักภักดี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2561 เวลา 0909 น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ออกรับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ณ บริเวณหน้าประตูพระวรุณอยู่เจน พระราชวังดุสิต โอกาสนี้ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์เดินทางโดยรถยนต์หลวงจากอาคารกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อมาถึงหน้าประตูพระวรุณอยู่เจน พระราชวังดุสิต ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ จากนั้นพลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวรายงานการเชิญเครื่องราชสักการะและถวายพระพรชัยมงคล จากนั้นผู้อยู่ในพิธีร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีพระแม่เจ้า จากนั้นปลัดกระทรวงกลาโหมเชิญเครื่องราชสักการะ 5 ชิ้น ประกอบด้วย ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน พานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน และกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ มอบแด่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ จากนั้นผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสาเชิญพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน มอบแด่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ตามลำดับ โดยมีนักเรียนนายร้อย 4 เหล่าเป็นผู้ถือพานพุ่มทอง พานพุ่มเงินให้หน่วยงานต่างๆ ต่อมาคณะสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และคณะสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำองค์กรสมาชิก 19 องค์กร พร้อมชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อาทิ สมาคมสตรีนครเชียงใหม่ สมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมาคมสตรีไทยมุสลิมแห่งประเทศไทย สมาคมสตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ สมาคมนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-ปทุมนนท์ สมาคมแม่บ้านอาสาสมัครแห่งประเทศไทยเชิญพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน มอบแด่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ จากนั้นท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ถวายความเคารพที่หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แล้วเดินทางกลับอาคารกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ที่ จอุดรธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดโครงการปลูกกล้วยตานี เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกำแมด ตำบลวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 24 นายวิเชียร ขาวขำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้นอกจากเป็นกิจกรรมเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 แล้ว ยังเป็นกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนลดการใช้โฟม ป้องกันสารพิษในอาหาร หันมาใช้ใบตองเป็นวัสดุบรรจุอาหาร รวมถึงส่งเสริมอาชีพให้ประชาชน เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีเริ่มขาดแคลนใบกล้วยและวัสดุที่ใช้ทำพานบายศรีในพิธีกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอำเภอบ้านดุงจะใช้พานบายศรีประกอบพิธีสักการบูชาที่คำชะโนดเป็นจำนวนมาก อันเป็นการสร้างรายได้และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของท้องถิ่นอีกทางหนึ่งด้วย ที่ จปราจีนบุรี นางดารุณี ศรเจริญ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านเจ๊บัวหลวงอาหารป่า-อาหารตามสั่ง ริมถนนสายบ้านสร้าง-บางน้ำเปรี้ยว ตบางกระเบา อบ้านสร้าง จปราจีนบุรี ได้จัดบริการขนมหวานบัวลอยมะพร้าวอ่อนให้ลูกค้าได้กินฟรีในวันแม่และวันหยุดชดเชย ในโอกาสวันแม่แห่งชาติทุกๆ ปี และวันหยุดต่อเนื่องนี้ได้บริการขนมหวานฟรีให้ลูกค้า โดยทำทุกปีเพื่อร่วมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 เจ้าของร้านกล่าว ที่ จลพบุรี นายศรีชัย ตันฑะโสภณ นายอำเภอชัยบาดาล เป็นประธานในกิจกรรมปลูกต้นกัลปพฤกษ์ ตามโครงการ รักน้ำ รักษ์ป่า รักษาแผ่นดิน ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำศูนย์สวัสดิการสังคมเฉลิมพระเกียรติ 5 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติเนื่องในวันแม่แห่งชาติ เพิ่มพื้นที่ป่าให้ชุมชนและพื้นที่สาธารณะใน ตห้วยหิน อชัยบาดาล จลพบุรี ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สำหรับต้นกัลปพฤกษ์ เป็นต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเคยปลูกพระราชทานเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2510 โดยต้นกัลปพฤกษ์มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cassia bakeriana Craib วงศ์ Leguminosae ลักษณะเป็นต้นไม้ขนาดย่อม พุ่มใบแบนกว้าง ดอกสีชมพู เมื่อโรยจะกลายเป็นสีขาว ออกดอกเป็นช่อช่วงฤดูหนาว แต่ดั้งเดิมเรียกว่าต้นกาลพฤกษ์ แม้ต่อมาจะมีการเรียกในทางพฤกษศาสตร์และพจนานุกรมว่า กัลปพฤกษ์ แต่ชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ยังเรียกต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยว่า กาลพฤกษ์ ด้วยเหตุที่ต้นไม้นี้ในปลายฤดูหนาวย่างเข้าฤดูร้อนจะทิ้งใบทั้งต้น ให้ดอกสีชมพูระเรื่อสลับขาวบานสะพรั่งแลดูสวยงามอ่อนหวาน ที่ จหนองคาย นายบุญประเสริฐ อินธกาย หรือโรเบิร์ท เจ้าของร้านตัดผมเบิร์ทบาร์เบอร์ ใช้พื้นที่ลานชั้น 1 อาคารฉันทกโร เมตตา โรงพยาบาลหนองคาย เปิดร้านตัดผมเฉพาะกิจแก่ญาติผู้ป่วยฟรี กระบวนการคือให้ญาติผู้ป่วยที่จะใช้บริการตัดผมลงชื่อเรียงลำดับไว้ นายบุญประเสริฐกล่าวว่า ญาติผู้ป่วยที่มาเฝ้าผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล จะมีความเครียดและไม่มีเวลาในการดูแลตัวเอง เมื่อมาใช้บริการตัดผมก็เหมือนได้ผ่อนคลายแล้วความเครียดก็จะลดลง อีกทั้งเป็นการให้กำลังใจญาติผู้ป่วยด้วย ซึ่งก็มีญาติผู้ป่วยมารับบริการตัดผมตลอดทั้งวัน ในโอกาสมหามงคลนี้ก็อยากทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ เจ้าของร้านตัดผมกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
bed | 2021-09-26 | อ่าน(272) | แสดงความคิดเห็น(625)
มหรรณพ แฉเมกปั่นกระแสค้านแก้ พรปกกต ยอดพรวดหลักแสนที่แท้มาจากไอพีแอดเดรสเดียว ล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้ง สนชทำท่าไปต่อลำบากส่อถอย สะพัด! วิปล็อบบี้ขอให้ทบทวน หวั่นเข้าทาง สสอ้างเป็นบรรทัดฐานแก้ กมลูก รื้อคดีอาญานักการเมือง-เลิกไพรมารีโหวต พทไม่พลาดยื่นเอาผิด 36 สนชทำผิด รธน มีความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ต่อการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่มีกระแสคัดค้านไม่เห็นด้วยในวงกว้าง โดยเมื่อวันจันทร์ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สนช กล่าวถึงกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่องการเสนอแก้ไข พรปดังกล่าว ที่มีประชาชนมากกว่า 1 แสนความเห็นแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวว่า ได้ตรวจสอบโดยได้รับคำยืนยันจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาแล้วว่า คะแนนไม่เห็นด้วยกว่า 1 แสนความเห็นที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย กกตนั้น มาจากไอพีแอดเดรสเดียวกัน เป็นลักษณะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ปั่นคะแนน ไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายใดทำและมีเจตนาเพื่ออะไร แต่แสดงถึงความผิดปกติในการลงคะแนน นายมหรรณพกล่าวว่า การพิจารณาแก้ไข พรปกกตครั้งนี้ไม่ได้ยึดจำนวนคะแนนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นเกณฑ์สำคัญ เพราะเป็นการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนเมื่อมีการเสนอกฎหมายต่างๆ ดังนั้นจะดูจากความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลักเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป จำนวนคะแนนไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่การทำประชามติที่ยึดเอาจำนวนคะแนนเป็นเกณฑ์ กรณีนี้เป็นการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่การนับจำนวนคะแนน ส่วนการแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ เราไม่ถือสา เป็นการสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะของบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ผ่านทางเว็บไซต์ wwwsenategoth ได้ต่อไปถึงวันที่ 18 สค จนครบกำหนด 15 วันในการรับฟังความคิดเห็น ส่วนกระแสข่าว สนชเตรียมถอนร่างแก้ไขกฎหมาย กกต หาก กกตชุดใหม่กับชุดเก่าสามารถตกลงเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งได้นั้นไม่เป็นความจริง ขณะนี้ทุกอย่างยังเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าจะถอนหรือไม่ ขณะนี้เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการเสนอกฎหมาย คือการรับฟังความเห็นจากประชาชนเท่านั้น ยังมีหนทางและขั้นตอนอีกยาวไกลจากวิป สนชและที่ประชุม สนช จึงจะรู้ว่า จะดำเนินการสำเร็จหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าการเสนอกฎหมายครั้งนี้ไม่มีเจตนาก้าวล่วงหรือแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ เป็นการทำหน้าที่ของ สนช เมื่อเห็นว่ากฎหมายใดมีข้อบกพร่องก็เสนอให้แก้ไข แต่จะแก้ไขสำเร็จหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต นายมหรรณพกล่าว ด้านแหล่งข่าวจาก สนชเปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิก สนชที่ร่วมกับนายมหรรณพเสนอแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ได้รับการประสานจากวิป สนชบางรายให้ทบทวนการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนชเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว เนื่องจากไม่ต้องการให้ร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญลำดับรองลงมาจากรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขได้ง่ายเหมือนกับกฎหมายทั่วไป นอกจากนี้หาก สนชในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไปริเริ่มแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสียเอง โดยที่องค์กรอิสระในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มแล้ว อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดในอนาคตได้ โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรจะอาศัยแนวทางที่ สนชทำไว้ ด้วยการให้ สสเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสภา แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พศ2560 เช่นกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อยกเลิกการทำไพรมารีโหวต หรือ พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว แหล่งข่าวจาก สนชระบุ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทางออกของเรื่องนี้คือ หาก กกตชุดปัจจุบันตัดสินใจว่าจะไม่ลงนามรับรองผู้ที่ผ่านการสรรหาเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยให้ กกตชุดใหม่ที่กำลังรอการโปรดเกล้าฯ มาทำการตรวจสอบรายชื่ออีกครั้ง วิป สนชจะแจ้งข้อมูลไปยังคณะ สนชที่ริเริ่มเสนอกฎหมายให้ทบทวนต่อไป ด้านว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหารและโฆษกสภาทนายความฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ในประเด็นที่ สนชมีการแก้ไขโครงสร้างคณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละจังหวัดยกเว้น กทม ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีประธานสภาทนายความจังหวัดจากเดิมที่เคยมี ว่ายังไม่เห็นร่างแก้ไข พรปกกตดังกล่าว ก็ไม่ทราบว่าร่างดังกล่าวออกมากี่วันแล้ว แต่ทราบว่ากระบวนการสรรหาเก่าจะมีประธานสภาทนายความจังหวัดอยู่ด้วย ก็ไม่ทราบเหตุผลในร่างแก้ไขดังกล่าว ทางสภาทนายความยังไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุย ว่าที่ พตสมบัติกล่าวต่อว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงคนที่ร่างกฎหมายต้องอธิบายเหตุผลให้ได้ว่า เหตุใดจึงตัดประธานสภาทนายความจังหวัดไป ซึ่งถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ในกระบวนการกฎหมาย และเป็นเพียงกรรมการสรรหาคนหนึ่งเท่านั้น ถือเป็นบุคลากรที่เหมาะสมที่ควรจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง การที่ได้เข้ามาช่วยเป็นกรรมการสรรหาจะทำให้ได้รู้และช่วยตรวจสอบคัดกรองจากบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การที่ถอดออกต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ชัดเจน เพราะการมีอยู่น่าจะมีประโยชน์มากกว่า ถามถึงว่าสภาทนายความจะทำหนังสือค้านหรือสอบถามเหตุผลไปหรือไม่ ว่าที่ พตสมบัติกล่าวว่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน หลังจากนี้จะต้องมีพูดคุยกันในกรรมการบริหารก่อน ขณะที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ความเห็นกรณี กกตต้องการขอใช้มาตรา 44 แบ่งเขตเลือกตั้งว่า ขณะนี้เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้งนั้นเป็นปัญหา เนื่องจากไปผูกกันหมดทั้งเขตเลือกตั้ง เรื่องตัวแทนประจำจังหวัด เพราะหากไม่มีเขตเลือกตั้งจะเริ่มทำอะไรไม่ได้ และในการทำจะต้องให้ประชาชนหรือพรรคการเมืองให้ความเห็น แต่ถ้าให้ความเห็นจะกลายเป็นกิจกรรมทางการเมืองซึ่งจะขัดกับคำสั่ง คสช ดังนั้นหากไม่ใช้มาตรา 44 กกตจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้ ทั้งนี้ผู้รับฟังความเห็นในระดับจังหวัดคือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีตรงนี้ตรงนั้นก็ทำไม่ได้ เพราะ กกตส่วนกลางลงไปทำก็ไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้ กกตต้องไปตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาก่อนเพื่อรอดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้นจุดนี้อาจจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหายืดเยื้อออกไป ส่วนเรื่องการเสนอแก้ไข พรบว่าด้วย กกตในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง เขาอาจคิดกันว่าเป็นเรื่องง่าย แต่ในความจริงนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วที่พูดกันว่าไม่กระทบการเลือกตั้งนั้น จะไม่กระทบได้อย่างไรต้องกระทบแน่นอน กระทบโดยตรงและกระทบต่อผู้มีอำนาจอยู่ในขณะนี้คือพุ่งไปหา คสช ถึงได้บอกว่ามันจะเสียไม่คุ้มได้ เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นผูกโยงกันไปหมด นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว กล่าวว่า ตามที่ สนช 36 คนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกตดังกล่าว โดยความในมาตรา 9 ดังกล่าวมีเนื้อความเป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเจาะจงที่อาจขัดมาตรา 26 วรรคสอง และอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) ตามมาอีกด้วย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) เป็นบทบัญญัติที่ห้ามมิให้ สนชใช้สถานะไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ หากใครกระทำการฝ่าฝืนมาตรานี้ก็อาจถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 101 (7) นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ความในร่างแก้ไขเพิ่มเติม พรปกกต (ฉบับที่) พศ มาตรา 9 ระบุไว้ว่า บรรดาการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกและการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันสิ้นผลไปนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับ แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ตามร่าง พรปกกต มาตรา 9 ที่จะใช้บังคับแก่กรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นการเจาะจงนั้น จึงอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง และอาจมีลักษณะเข้าข่ายตามความในมาตรา 185 (1) ที่ กกตสามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ดังนั้นจะไปยื่นหนังสือให้ กกตใช้อำนาจตามมาตรา 82 วรรคสี่ พิจารณาตรวจสอบเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป โดยจะไปยื่นหนังสือร้องด้วยตนเองที่สำนักงาน กกตวันที่ 14 สค【อ่านข้อความเต็ม】
d2g | 2021-09-26 | อ่าน(615) | แสดงความคิดเห็น(403)
โฆษกผู้นี้เปิดเผยยอดประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงผลกระทบต่ออาคาร, โครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน และผลผลิต ด้วยว่ามีมากถึง 5 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 342 ล้านดอลลาร์)【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-29

สล็อต เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 20201️⃣M98| โจ๊ก เกม1️⃣M98| zodiac8881️⃣LOOK618| บา คา ร่า ฟรี 5001️⃣M98| ts911 broker1️⃣LOOK618| โจ๊ก เกอร์ 68861️⃣M98| slot xo918 1️⃣2021| สล็อต เอ็ ก โอ 1️⃣2021| ps888thai1️⃣LOOK618| joker slot 96691️⃣M98| แจก ทุน เล่น สล็อต ฟรี 1️⃣2021| เกม พนัน ออนไลน์ บา คา ร่า1️⃣LOOK618| royal1688 เล่น ผ่าน เว็บ1️⃣LOOK618| โปร สมาชิก ใหม่ ฝาก 50 รับ 150 1️⃣2021| puss888 เข้า เล่น เกม1️⃣M98| มาเฟีย 8081️⃣M98| ฝาก 50 รับ 150 wallet1️⃣M98| คา สิ โน เกมส์ สด 1️⃣2021| เสีย บา คา ร่า1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ยืนยัน เบอร์ 2020 1️⃣2021| บา คา ร่า 551️⃣LOOK618| ทดลอง เล่น สล็อต ค่าย ufa1️⃣LOOK618| ฝาก 1 บาท รับ 99 ล่าสุด 1️⃣2021| ถอนเงิน lucabet8881️⃣M98| sa888 คา สิ โน1️⃣M98| แอ พ slot ได้ เงิน จริง1️⃣M98| slotv8 auto1️⃣LOOK618| บา คา ร่า sa77 1️⃣2021| เซ๊ ก ซี่ บา ค่า ร่า 16881️⃣M98| joker slot 66th1️⃣M98| mm88th 1️⃣2021| joker123 ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣M98| สล็อต ufa1️⃣LOOK618| pgslot281️⃣M98| เว็บ บา คา ร่า ufabet 1️⃣2021| sa gaming 1681️⃣M98| ค่าย คา สิ โน1️⃣LOOK618| megabet8 เข้า สู่ ระบบ1️⃣LOOK618| เซ๊ ก ซี่ บา คา ร่า1️⃣M98| avenger game slot 1️⃣2021| ฝาก 100 ฟรี 300 ไม่ ต้อง ทํา เท รินfun88 ฟรี 300 ล่าสุด1️⃣LOOK618| สูตร บา ค่า ร่า w881️⃣LOOK618| เว็บ เล่น ไพ่ ออนไลน์1️⃣LOOK618| joker โปร 10 รับ 1001️⃣LOOK618| สมาชิก ใหม่ เครดิต ฟรี 1️⃣2021| ฝาก 88 รับ 300 xo 1️⃣2021| เกม ยิง ปลา ฝาก ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣M98| สล็อต ยิง ปลา ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618| sbobet โปร โม ชั่ น สมาชิก ใหม่ 1️⃣2021| roar66 สล็อต1️⃣M98| pgslot281️⃣M98| joker slot xo romaสล็อต xo555 1️⃣2021| 999 เทพ ส ล๊ อ ต1️⃣M98| ฝาก 0 รับ 1001️⃣LOOK618| เข้า เล่น เกม สล็อต pg1️⃣LOOK618| ทดลอง เล่น สล็อต roma ฟรี ไม่ ต้อง สมัคร 1️⃣2021| สมัคร สมาชิก บา คา ร่า1️⃣LOOK618| บา คา ร่า sbobet1️⃣M98| คา สิ โน 9111️⃣M98| โร ม่า โจ๊ก เกอร์ 1️⃣2021| 345slot 1️⃣2021| ufa 789 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| slot เติม 10 ได้ 100 1️⃣2021| 168slotm1️⃣M98| เว็บ 123faz1️⃣LOOK618| บา คา ร่า วอ เลท ufa1911️⃣LOOK618| slot galaxy8881️⃣LOOK618| โจ๊ก เกม1️⃣LOOK618| 8 bit slot xo1️⃣M98| บา คา ร่า 20 บาท 1️⃣2021| joker roma slot1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 50 แชร์ น้อย1️⃣M98| เกม ค่าย โจ๊ก เกอร์ ที่ แตก ง่าย1️⃣LOOK618| รอยัล สล็อต1️⃣M98| เกม สล็อต ได้ เงิน จริง 2020 1️⃣2021| gclub goldenslot1️⃣LOOK618| ฝาก 50 รับ 100 ถอน ไม่ อั้น 918kiss1️⃣LOOK618| เค ดิ ต ฟรี 150 1️⃣2021| joker123th เครดิต ฟรี 1️⃣2021| คา สิ โน ออนไลน์ เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน1️⃣M98| netflix joker เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| 666 ออนไลน์1️⃣LOOK618| slot vip 1681️⃣M98| ufa slot logo1️⃣M98| บา คา ร่า ฟรี เครดิต 100 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| เกม โจ๊ก เกอร์ xo1️⃣M98| ทดลอง เล่น pg เกม ใหม่ 1️⃣2021| สล็อต joker168 1️⃣2021| mafia333 slot1️⃣M98| โจ๊ก เกอร์ 66661️⃣M98| ipro911 คา สิ โน1️⃣LOOK618| ฝาก ขั้น ต่ํา 501️⃣M98| mafia slot 2019 1️⃣2021| ฝาก 10 รับ 100 pg slot1️⃣M98|